เด็ก

เมื่อ “รูปเด็ก” กลายเป็นคอนเทนต์ออนไลน์ ภัยร้ายของเด็กยุคใหม่

“รูปเด็ก” น่ารักๆ จากคนใกล้ตัวไปจนถึง “ลูกคนดัง” ที่พ่อแม่ยุคนี้นิยมโพสต์ ลงสื่อออนไลน์ทุกรูปแบบ แม้หลายคนมองว่าเป็นการแชร์ความน่ารักของเด็กๆ และบันทึกความทรงจำ แต่ความจริงอาจส่งผลร้ายต่อตัวเด็กมากกว่าที่คิด

ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือ ติ๊กต็อก ปัจจุบันเรามักจะได้เห็นภาพหรือคลิปไปจนถึงการไลฟ์สดของเด็กน้อยน่ารักในหลากหลายอิริยาบถ ทั้งลูกหลานของคนใกล้ตัว หรือบรรดา “ลูกคนดัง” ทั้งลูกดารา ลูกศิลปินต่างๆ ในสังคม ซึ่งบางคนถึงกับสร้างแอคเคาท์สื่อสังคมโซเชียลให้ลูกโดยเฉพาะเลยทีเดียว สิ่งเหล่านี้เหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม

เนื่องจากเราเห็นจนชินตา เผลอๆ เราเองก็เคยลงรูปลูกหลานในโซเชียลเหมือนกัน แม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะมีข้อดี เช่น ได้แบ่งปันความน่ารักให้ญาติ และเพื่อนๆ มีโฆษณาติดต่อให้เด็กรีวิวสินค้าผ่านโซเชียล ได้เป็นศิลปินเด็ก เป็นต้น แต่ข้อเสียของการให้เด็กมีตัวตนในโลกออนไลน์ตั้งแต่อายุยังน้อย (บางคนตั้งแต่เกิดได้ไม่กี่นาที!) ก็เป็นเรื่องที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองยุคนี้ต้องรู้! และจำเป็นจะต้องศึกษาก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียให้กับลูกหลานที่ยังไม่รู้ความ รวมไปถึงการไลฟ์สดหรือการลงภาพลูกโดยที่ลูกไม่สามารถปฏิเสธได้

  • รู้จัก “Sharenting” การเลี้ยงลูก-หลาน ผ่านโซเชียลมีเดีย

คำว่า “Sharenting” อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยกันสักเท่าไรนัก โดยคำนี้มาจากคำว่า Share รวมกับคำว่า Parenting หมายถึง “การเลี้ยงลูกผ่านโซเชียลมีเดีย” ใช้เรียกพฤติกรรมของผู้ปกครองที่มักโพสต์รูป หรือวิดีโอเด็กในสถานการณ์ต่างๆ ลงบนโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ โดยในต่างประเทศมีการวิจัย และคำเตือนจากนักจิตวิทยาเด็ก ให้งดทำการโพสต์ดังกล่าว มาแล้วหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ เพราะจะทำให้เด็กที่เติบโตมาโดยไม่มีความเป็นส่วนตัว เด็กจะขาดความเข้าใจในเรื่องความยินยอม และสิทธิในข้อมูลของตนเอง

นอกจากนี้ยังส่งผลถึงการขาดความพึงพอใจในชีวิต เพราะถูกตัดสินความสำเร็จ หรือความผิดต่างๆ ผ่านการโพสต์ และการบอกเล่าของพ่อแม่ ในโซเชียลมีเดียโดยบุคคลภายนอกครอบครัว

ในทางตรงกันข้าม เด็กที่โตมาโดยที่พ่อแม่ไม่เปิดเผยภาพ หรือเรื่องราวส่วนตัวบนโลกออนไลน์ พวกเขาจะมีความเข้าใจสิทธิของตนเอง เข้าใจเรื่องความเป็นอยู่ที่ดี และมีความพึงพอใจในชีวิตมากกว่า เพราะได้เติบโต และสร้างอัตลักษณ์ตัวตน และได้ค้นหาเพศสภาพของตัวเองในแบบที่ควรเป็น โดยไม่ถูกยึดโยงกับความเห็นหรือมุมมองจากคนนอกที่มองเข้ามา

  • โพสต์รูปลูก กดเช็กอินโรงเรียน ระวัง! พวกใคร่เด็กตามรอย

อีกทั้งประเด็นสำคัญ และส่งผลเสียต่อเด็กโดยตรงก็คือ การโพสต์รูปเด็กลงสื่อออนไลน์อาจจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กได้เจอกับกลุ่มคน “ใคร่เด็ก (Pedophile)” และอาจนำไปสู่อันตรายอย่างที่พ่อแม่อาจคาดไม่ถึง เช่น มีคนร้ายไปดักรอเด็กที่โรงเรียน เพราะรู้เวลาเข้าเรียน และเลิกเรียน รวมถึงบุคคลอันตรายเหล่านี้สามารถรับรู้ที่ตั้งของโรงเรียนได้ง่ายๆ จากการที่ผู้ปกครองโพสต์ภาพพร้อมเช็กอินที่ตั้งโรงเรียนลงสื่อโซเชียล นั่นเอง จึงเป็นที่มาของการ “ลักพาตัวเด็ก” ตามที่เราเห็นได้บ่อยครั้งในข่าวรายวัน

เด็ก

ปัจจุบันนี้การเข้าถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องง่ายที่คนส่วนใหญ่ทำได้ ดังนั้นพ่อแม่ยุคใหม่บางส่วนก็อยากจะลงรูปหรือวิดีโอน่ารักๆ ของลูกเพื่อเก็บไว้ดูภายหลัง รวมถึงแบ่งปันให้เพื่อน และญาติๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสเจอกันบ่อยได้เห็นความน่ารักนี้ด้วย แต่พฤติกรรมดังกล่าวก็เปรียบเสมือนดาบสองคม ตามที่อธิบายไปข้างต้น ดังนั้น เราอาจจะลดเวลาเลี้ยงลูกในโซเชียลมาอยู่กับความเป็นจริงให้มากขึ้น เพื่อผลดีต่อตัวเด็กเอง

การศึกษา Previous post ‘ตรีนุช’ จ่อออกประกาศ ศธ.แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ
เกมส์ Next post Solo Leveling: Arise เกมแนวแอ็กชันใหม่เผยตัวอย่างส่งตรงจากงาน G-Star